Tu Logo Aqui

Home arrow News arrow Latest arrow สอดไส้

Main Menu
 Home
 News
 About Us
 Services
 Contact Us
 Partnership
 Methodology

Login Form
Username

Password

Remember me
Forgotten your password?
No account yet? Create one

Clock Calendar

Who's Online
We have 1 guest online

สอดไส้   Print  E-mail 
อัปยศ! สอดไส้ตั้ง “โอ๋ สืบ 6” รองผู้การ ปส.
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 2 มีนาคม 2553 19:23 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
"โอ๋ สืบ6" อดีตนายตำรวจที่สั่งให้อันธพาลไล่กระทืบประชาชนชน (ในภาพสี่เหลี่ยม) โผล่แถลงข่าวจับยาบ้า 2 แสนเม็ด

พ.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ร่วมแถลงด้วย โดยพ.ต.อ.ธนายุตม์ มีชื่อเดิมว่า พ.ต.อ.ฤทธิรวงค์ เทพจันดา หรือ "โอ๋ สืบ 6"

“โอ๋ สืบ 6” อดีตนายตำรวจที่สั่งให้อันธพาลไล่กระทืบประชาชนชน โผล่แถลงข่าวจับยาบ้า 2 แสนเม็ด เผยแอบกลับเข้ารับราชการนานแล้ว และเพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรอง ผบก.ปส.3 ครั้งที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ ทั้งที่ในอดีตถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดมหันต์ และถูก ผบช.สนว.มีคำสั่งให้ “ไล่ออก” จากราชการสถานเดียว เพราะมีความผิดร้ายแรง แต่ในที่สุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติกลับรับเข้ารับราชการ พร้อมแต่งตั้งในตำแหน่งที่ดีขึ้น
       
       วันนี้ (2 มี.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเพสติด (บช.ปส.) พล.ต.ต.อดิเทพ ปัญจมานนท์ ผบช.ปส. พล.ต.ต.หาญพล นิตย์วิบูลย์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ชินภัทร สารสิน ผบก.ปส.3 พ.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบก.ปส.3 แถลงการจับกุม 3 ผู้ต้องหา ใช้รถปิกอัพขนยาบ้าจำนวน 200,00 เม็ด ได้ที่ด่านพยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ โดยผู้ต้องหาพยายามติดสินบนชุดจับกุมด้วยเงินสด 2 ล้านบาท แต่เจ้าหน้าที่ไม่เล่นด้วยและจับกุมดำเนินคดีทั้งหมด
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าวในครั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า ในการแถลงข่าวมี พ.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ร่วมแถลงด้วย โดย พ.ต.อ.ธนายุตม์ มีชื่อเดิมว่า พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ เทพจันดา หรือ “โอ๋ สืบ 6” เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผกก.สส.บก.น.6 แต่ภายหลังถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบกรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด กรณีปล่อยให้อันธพาลเข้ารุมทำร้ายประชาชนต่อหน้าต่อตาที่บริเวณเซ็นทรัลเวิลด์ ต่อมา พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ ได้รับการพิจารณาให้ได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็น ผบก.อก.บช.น. แต่ทว่าถูกท้วงติงจากหลายฝ่าย ทำให้การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนั้น พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ ถูกส่งไปเป็นรอง ผบก.อก.สนว.ตร. และภายหลังเมื่อ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดแล้ว พล.ต.ท.เอก อังสนานนท์ ผู้บัญชาการสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ (ขณะนั้น) ลงนามในคำสั่ง สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ ที่ 17/2550 ลงวันที่ 20 ก.พ.2550 ให้ไล่ออก พ.ต.ท.ฤทธิรงค์ ออกจากราชการเนื่องจากมีความผิดร้ายแรง
       
       คำสั่งดังกล่าวระบุว่า พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ เทพจันดา รอง ผบก.อก.สนว.ตร. เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผกก.สส.บก.น.6 มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามมติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 11/2550 เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2550 ซึ่งได้ทำการไต่สวนข้อเท็จจริง สำนววนการสอบสวนคดีอาญาที่ 1660/2549 แล้วมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า การกระทำของ พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ เทพจันดา มีมูลเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ กระทำการอันได้ชื่อว่า เป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และกระทำหรือละเว้นการกระทำใดๆ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 79 (2) (5) และ (6) โดยมีพฤติการณ์การกระทำผิด ดังนี้
       
       คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้รับเรื่องจากสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน เพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 89 กรณีกล่าวหาร้องเรียนพ.ต.อ.ฤทธิรงค์ เทพจันดา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผกก.สส.บก.น.6 กับพวก ว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือกระทำความผิดต่อหน้าที่ในการยุติธรรม โดย พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ เทพจันดา สั่งการให้ควบคุมหรือจับกุม นายฤทธิรงค์ ลิขิตประเสริฐกูล กับนายวิชัย เอื้อสิยาพันธุ์ ซึ่งเป็นกลุ่มประชาชนที่ตะโกนต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พลาซา เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2549 เป็นเหตุให้มีการทำร้ายร่างกายผู้ถูกควบคุม หรือผู้ถูกจับกุม และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดๆ ในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อจะช่วยผู้กระทำความผิดมิให้ต้องรับโทษ ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้รับไว้พิจารณา และได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง โดยแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมทั้งจัดทำสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงเสนอต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเพื่อพิจารณา
       
       คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้พิจารณาสำนวนไต่สวนข้อเท็จจริงแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า การกระทำของ พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ เทพจันดา มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง โดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ, กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และกระทำการหรือละเว้นการกระทำใดๆอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 79 (2) (5) และ(6) และมีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด เป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา กระทำการหรือไม่กระทำการใดๆ ในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อจะช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 200 และคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการพิจารณาสั่งลงโทษของสำนักนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ ได้ร่วมกันพิจารณาในการประชุมครั้งที่ 1/2550 เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2550 แล้วเห็นว่า ตามมติคณะกรรมการกป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ชี้มูลความผิด พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ เทพจันดา เป็นการกระทำผิดวินัยร้ายแรง และมีมติให้ลงโทษไล่ออก พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ เทพจันดา ผู้ถูกกล่าวหาออกจากราชการ ฉะนั้น อาศัยอำนาจตจามความในมาตรา 72 และมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัตติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 จึงให้ลงโทษไล่ พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ เทพจันดา ออกจากราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
       
       ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ม.ค.2551 พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ ซึ่งเปลี่ยนชื่อและนามสกุลไปเป็น “พ.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์” มีความพยายามที่จะขอกลับเข้ามารับราชการต่อ โดยย่องเงียบไปฟ้องศาลปกครองเชียงใหม่ เพื่อให้สั่งทุเลาคำสั่งไล่ออก และเรื่องดังกล่าวก็เงียบหายไป ขณะเดียวกันตลอดระเยะเวลาของการออกจากราชการไปแล้ว มีกระแสข่าวอยู่หลายครั้งในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ที่จะมีวาระพิจารณาให้ พ.ต.อ.ธนายุตม์กลับเข้ามารับราชการตามเดิม แต่ก็ไม่ปรากฏออกมาเป็นข่าวที่ชัดเจน แต่จู่ๆ ในวันนี้กลับปรากฏทั้งชื่อและตัว พ.ต.อ.ธนายุตม์มาแถลงข่าว
       
       มีรายงานจากแหล่งข่าวใน บช.ปส.ระบุว่า พ.ต.อ.ธนายุตม์นั้นได้กลับเข้ามารับราชการตำรวจนานพอสมควรแล้ว แต่การมาดำรงตำแหน่งรองผบก.ปส.3 เพิ่งได้รับการแต่งตั้ง ในการแต่งตั้งนายตำรวจระดับรอง ผบก.-สว.ครั้งล่าสุด ที่เพิ่งผ่านพ้นไป โดยคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา
       
       พ.ต.อ.ธนายุตม์ หรือฤทธิรงค์ จบปริญญาตรีรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาตรีนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล นครราชสีมา เป็นนักเรียนนายร้อยอบรมรุ่น 15 รุ่นเดียวกับ ร.ต.อ.นิติภูมิ นวรัตน์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และจบหลักสูตร ผกก.รุ่น 35 ก่อนมาเป็น ผกก.สส.บก.น.6 ดำรงตำแหน่งเป็น ผกก.สภ.อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ซึ่งว่ากันว่ามีสถิติคดีฆ่าตัดตอนสูงที่สุดในจังหวัด