|
|
|
|
|
| มติ กตร.อัปยศปลุก “ผีป๊อด” “สุเทพ”ตัวถ่วงความเจริญ? |
| โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ |
14 มกราคม 2553 23:14 น. |
 |
 |
| คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น |
| | |
 |
"เรื่องมันฟ้อง" โดย...กรงเล็บ มติ กตร.วันที่ 30 ธันวาคม ที่กลับมติ ป.ป.ช.ให้ 3 นายตำรวจ ประกอบด้วย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว และ พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ กลับเข้ารับราชการ เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ตอกย้ำให้เห็นว่า "สุเทพ เทือกสุบรรณ" คือตัวถ่วงความเจริญของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อย่างแท้จริง เพราะ "สุเทพ" เลือกที่จะรับใช้ พล.ต.อ.พัชรวาท ที่มีพี่ชายเป็น รมว.กลาโหม และซี้ปึ้กกับ “เนวิน ชิดชอบ” โดยไม่คำนึงถึงหลักกฎหมายและความถูกต้อง ทั้งๆ ที่ ประเด็นนี้ สุเทพ เคยพยายามที่จะให้ “อภิสิทธิ์” ชงเข้า ครม.เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า คณะอนุกรรมการอุทธรณ์ของกตร.สามารถกลับมติ ป.ป.ช.ได้หรือไม่มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ถูกผู้นำรัฐบาลตีกลับไป ด้วยเหตุผลที่ว่า ฝ่ายบริหารไม่มีสิทธิ์กลับมติขององค์กรอิสระ แทนที่ สุเทพ จะได้คิดและยับยั้งการดิ้นรนในทางที่ไม่ถูกต้องของ พล.ต.อ.พัชรวาท เขากลับเลือกที่จะรับใช้ พล.ต.อ.พัชรวาท ต่อด้วยการเดินหน้าพลิกเกมผลักดันให้ กตร.มีมติรับรองผลสรุปของคณะอนุกรรมอุทธรณ์ฯชุดที่มี พล.ต.อ.พิชิต ควรเตชะคุปต์ เป็นประธาน และมี พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพานิช เป็นรองประธาน แค่ชื่อประธานกับรองประธานอนุกรรมการฯ ชุดนี้ก็หนาวสุดขั้วแต่อบอุ่นสุดใจสำหรับ พล.ต.อ.พัชรวาท แล้ว จึงไม่แปลกที่ผลจะออกมาว่า นายตำรวจทั้งสามคนไม่มีความผิด และสมควรให้กลับเข้ารับราชการ นั่นยังเป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เพราะคนทำผิดก็ต้องดิ้นรนสุดฤทธิ์เพื่อให้ตัวเองรอดพ้นบ่วงกรรม โดยเฉพาะคนผิดที่ไม่มีจริยธรรมก็พร้อมที่จะทำลายความถูกต้องเพื่อให้ได้ตามความต้องการของตัวเองแม้จะเป็นเรื่องที่ไร้คุณธรรมก็ตาม แต่คนเป็นรองนายกฯ อย่าง "สุเทพ" มีหน้าที่รักษากฎหมายและความถูกต้องให้กับบ้านเมือง แทนที่จะใช้สถานะความเป็นประธาน กตร.ดูแลให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย กลับเป็นผู้ละเมิดร่วมกระทำการขัดรัฐธรรมนูญเสียเองด้วยการสนับสนุนให้ กตร.มีมติรับตำรวจทั้งสามนายกลับเข้ารับราชการ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าเรื่องนี้ กฤษฎีกาเคยให้ความเห็นทางกฎหมายแล้วว่า ครม.มิอาจส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ เพราะไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับ ป.ป.ช. และมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นบรรทัดฐานในกรณี วีรพล ดวงสูงเนิน อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่ง ก.พ.พิจารณากลับมติ ป.ป.ช.ให้ วีรพล กลับเข้ารับราชการ โดยศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า ก.พ.ไม่มีอำนาจกลับมติของปปช.ซึ่งเป็นองค์กรอิสระได้ ทำได้เพียงแค่ใช้ดุลพินิจพิจารณาโทษเท่านั้น แต่ "สุเทพ" ก็ท้าทายรัฐธรรมนูญเพียงเพื่อจะเอาใจ พล.ต.อ.พัชรวาทแอนด์เดอะแก๊ง คิดแต่จะรักษาน้ำใจพรรคภูมิใจไทยมากกว่าการรักษาความถูกต้อง นั่นยังไม่แย่เท่ากับว่า ตลอด 1 ปี ในฐานะประธาน กตร. มีอีกหลายเรื่องที่สะท้อนให้เห็นชัดเจนถึงความโง่หรืออาจจะแกล้งโง่ของ สุเทพ จนทำให้หลายการกระทำสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นความพยายามที่จะผลักดันโผนายพลทั้งที่โครงสร้างใหม่ยังไม่เสร็จ จนถูกสำนักอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตีกลับ การไม่ยอมรับผลสรุปของคณะอนุกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีซื้อขายตำแหน่งที่มีผลสรุปว่า พล.ต.อ.พัชรวาท ร่วมกระทำความผิด และยังพยายามที่จะให้ กตร.มีมติล้มผลสอบของคณะอนุกรรมการชุดนี้ ซึ่งเรื่องยังคาราคาซังอยู่จนถึงขณะนี้ ยังมีเรื่องที่ไม่ยอมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับ พล.ต.อ.พัชรวาท และ พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพานิช จากกรณีงาบงบประชาสัมพันธ์ 18 ล้าน กระทั่งถูกบีบจนมีการตั้งคณะกรรมการชุด ธงทอง จันทรางศุ อย่างเสียไม่ได้ ผ่านมาจนเกินกรอบ 60 วันที่คณะกรรมการชุดนี้ต้องดำเนินการให้เสร็จไปแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นผลสรุปใดๆ ออกมา แม้ว่า พล.ต.อ.พัชรวาทจะเกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ พล.ต.ท.บุญเรือง ยังอยู่ในราชการ และคณะกรรมการชุดนี้ก็ควรจะสรุปผลชี้แจงต่อสาธารณะ ไม่ใช่ปล่อยให้เงียบหายไปกับสายลม ไม่เพียงเท่านี้ "สุเทพ" ยังใช้อำนาจในฐานะประธาน กตร. ทำหนังสือเวียนถึง กตร.ทุกคน เพื่อให้ยกเว้นกฎสามปีดัน พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ให้นั่งตำแหน่งรอง ผบช.ก. ทั้ง ๆ ที่มติ กตร.เคยมีการพิจารณาไม่ยกเว้นไปแล้ว ทำให้ พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ อยู่ในสถานะ รรก.ผบช.ก. แต่ สุเทพ ก็ไม่สนเดินหน้าต่อจนได้มติ กตร.ใหม่เป็นหนังสือเวียน ส่งต่อให้ อภิสิทธิ์ เพื่อนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯแต่ถูกผู้นำรัฐบาลตีกลับ เพราะเห็นว่าน่าจะเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องและขัดต่อหลักกฎหมายที่ใช้มติจากหนังสือเวียน แทนที่จะเป็นมติจากที่ประชุม กตร. สุดท้าย "สุเทพ" ก็ยอมถอยนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม กตร. จนมีมติ เรียบร้อยโรงเรียน “ผู้การกิ๊ก” ไปแล้ว แต่สิ่งที่ “อภิสิทธิ์” ควรจะต้องขบคิดพิจารณาอย่างจริงจัง คือ "สุเทพ" ยังมีความเหมาะสมที่จะเป็น ประธาน กตร. ต่อไปหรือไม่ ควรหรือที่จะปล่อยให้คนคุณธรรมเสื่อมทรุดมาดูแลองค์กรที่จริยธรรมถดถอย ควรหรือที่จะปล่อยให้คนที่นอกจากจะไม่แม่นยำในข้อกฎหมายแล้ว ยังพร้อมจะละเมิดกฎหมายเพื่อปกป้องพวกพ้องทุกเมื่อ ให้กำกับดูแล สตช. ซึ่งเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม ที่สำคัญการทำหน้าที่ ประธาน กตร. นั้นเป็นการมอบอำนาจจาก “อภิสิทธิ์” ถ้า สุเทพ ยังไม่สนกฎหมาย มีพฤติกรรมท้าทายความถูกต้องอย่างที่ปรากฏ คนที่จะต้องแบกรับภาระความเสี่ยงไปด้วยคือ ตัว “อภิสิทธิ์” เอง ที่อาจต้องเข้าปิ้งสักวัน จากความขลาดเขลาและบกพร่องจริยธรรมของ "สุเทพ"
| | | | | | |