|
|
|
|
|
| โดย ทีมข่าวอาชญากรรม |
11 พฤศจิกายน 2552 09:55 น. |
 |
 |
| คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น |
| | |
 |
"เที่ยงธรรมเป็นกลาง สรรค์สร้างสามัคคี โปร่งใสในหน้าที่ ภักดีต่อแผ่นดิน" นั่นคือคติของ สำนักงานอัยการสูงสุด ผู้ที่ได้ชื่อว่า "ทนายแผ่นดิน" แต่ในห้วงเวลาที่ผ่านมา สำนักงานอัยการสูงสุด ได้สร้างความสับสนให้กับประชาชน ว่าองค์กรกระบวนการยุติธรรม องค์กรนี้ เขาคือ ทนายของใครกันแน่? จึงทำให้สำนักงานอัยการสูงสุด อยู่เฉยอีกต่อไปไม่ได้แล้ว โดยเฉพาะประเด็นการสั่งสอบเพิ่มเติมในข้อไม่สมบูรณ์ เกี่ยวกับสำนวนคดีประวัติศาสตร์"สลายการชุมนุม 7 ต.ค.51"ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถูกกระทำจากเจ้าหน้าที่รัฐ ส่งผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากโดยมี "นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว" คือ 4 ผู้ถูกกล่าวหาที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลผิดอาญา และวินัยร้ายแรง พร้อมส่งสำนวนคดีให้ อัยการสูงสุดพิจารณาส่งฟ้องศาล 5 พ.ย.2552 สำนักงานอัยการสูงสุด ถึงกับร้อนรุ่ม...ร่อนชี้แจงแถลงไข ว่าคดีนี้ อัยการสูงสุดได้รับรายงานเอกสารและความเห็นจาก ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 18 ก.ย.52 ซึ่งอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า ยังมีข้อไม่สมบูรณ์ที่จะพอดำเนินคดีได้ จึงมีหนังสือแจ้งข้อไม่สมบูรณ์ไปยัง ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 18 ต.ค.52 ซึ่งเป็นไปตามกำหนดระยะเวลา 30 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 มาตรา 10 บัญญัติว่า ให้อัยการสูงสุดยื่นฟ้องคดีภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับเรื่อง เว้นแต่ภายในระยะเวลาดังกล่าวอัยการสูงสุดมีความเห็นว่าเรื่องที่ส่งมานั้นยังมีข้อไม่สมบูรณ์ และได้แจ้งข้อไม่สมบูรณ์นั้นไปยัง ป.ป.ช. ดังนั้น กรณีจึงไม่ใช่เป็นการแจ้งข้อไม่สมบูรณ์เร็วผิดปกติ ไม่เพียงแค่นั้น อัยการสูงสุด ยังได้ชี้แจง คดีต่างๆที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของคณะทำงานผู้แทนอัยการสูงสุดและคณะทำงานผู้แทนคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในการรวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์ และหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี มิใช่คดีเหล่านั้น อัยการสูงสุดยังไม่ได้มีคำสั่งแต่อย่างใด ท้ายคำแถลง อัยการสูงสุด ย้ำว่า ตระหนักดีว่า ป.ป.ช.เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐและการกระทำอันมิชอบ โดยมุ่งที่จะแสวงหาและรวบรวมพยานหลักฐาน ที่ถูกต้องชอบธรรม เพื่อจะหาตัวผู้กระทำผิดและเพื่อพิสูจน์ให้เห็นความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา การรวบรวมพยานหลักฐานของ อัยการ และ ป.ป.ช.อาจมีความเห็นแตกต่างกันบ้างทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย แต่ก็ยังมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ เพื่อให้ได้ตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ข่าวที่ปรากฎต่อสาธารณชนบางครั้ง อาจเป็นการชี้นำกระแสสังคมและอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดหรือสับสนในข้อเท็จจริง สำนักงานอัยการสูงสุดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อไม่สมบูรณ์ในคดีสลายการชุมนุม ที่อัยการสูงสุดแจ้งไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช.คณะทำงานที่ตั้งขึ้น จะประสานความร่วมมือกันเป็นอย่างดี เพื่อที่จะรวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์และหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดีต่อไป จากคำชี้แจง ของอัยการสูงสุด ถือเป็นสิ่งดี หากทำเพื่อหาพยานหลักฐานมาลงโทษ ผู้กระทำความผิด แต่หากทำเพื่อหาพยานหลักฐานมาหักล้างช่วยเหลือผู้ถูกกล่าวหา ให้พ้นผิด คงไม่ดีแน่... ส่วนคดีนี้ บทสุดท้าย จะจบลงอย่างไร ผลการชี้มูล "สั่งฟ้อง" หรือ "สั่งไม่ฟ้อง"คือคำตอบสุดท้าย.....ว่าอัยการคือทนายแผ่นดิน หรือ ทนายใคร?
| | | | | | |